++ i0ok Live in Seoul Part2 ++


มีคนมาตามให้อัพด้วยแฮะ

แล้วก็ยังมีของส่งมาเตือนว่าเจ๊ไปเกามานะ
ทำให้คิดถึงไดที่ยังอัพไม่ถึงไหน กว่าจะอัพเสร็จ
จะไปรอบใหม่ก่อนไหมนะ บัตร Sky pass มีพร้อมใช้แล้ว

ส่งบัตรมาเตือนว่าแล้วก็อัพที่ไปมาให้เสร็จก่อนละกัน
ก่อนจะเตรียมการไปรอบใหม่

ทิ้งช่วงห่างไปนานจาก i0ok Live in Seoul Part1
พยายามจะทำ i0ok's Vacation ไว้ข้างๆ
จะได้รวบรวมการเดินทางทีเขียนลงไดมาไว้
เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้เอาลงก็หลายครั้งเหมือนกัน
บางครั้งก็มีภาพประกอบ บางครั้งก็มาเล่าเฉยๆ
อยากเอามารวบรวมไว้ให้ตัวเองดูด้วยแหละ กันลืม
เริ่มจะลืมๆ ไปแล้วว่าเคยไปเที่ยวพักผ่อน
แต่ด้วยระบบของไดที่ตอนนี้ยังแก้ไขกันอยู่
ก็เลยยังไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้ซะที

มาต่อที่ทริปเกาหลีกันก่อน ไปกลับมาจะสองเดือนแล้ว
คิดถึงเกาหลีจับใจเลยแหละ เห็นอะไรก็คิดถึง
ไม่รู้คิดถึงประเทศหรือคิดถึงคน

 

25 Nov 2009 - Wed

หลังจากนอนไปไม่นาน ก็งัวเงียขึ้นมากิน!
กลิ่นอาหารอบอวนไปทั่วทั้งเครื่อง ก่อนรถเข็นจะถึง
ก็มีการแอบดูข้ามแถวว่าเค้ามีไรกินกันบ้าง
พอพนักงานเข็นรถมาถึงก็ถามว่าเอาออมเล็ตหรือข้าวต้ม
คนข้างๆ เค้าเอาข้าวต้ม ส่วนเราเอาออมเล็ต
เลือกของหนักหน่อยเพราะยังไม่รู้ว่าถึงแล้วจะได้กินเมื่อไร

อาหารก็หน้าตาแบบนี้ รสชาติใช้ได้

กินหมดพนักงานก็เอาเอกสารมาแจกให้กรอก
มีทั้งหมดสามใบ ใบเข้าเมือง ใบตรวจโรค ใบดีแคล

กรอกแบบมึนเมาไปให้มากที่สุดก่อนลงเครื่อง
แต่ก็ยังไม่เสร็จอยู่ดี แอบมึนหัวด้วยแหละ
เลยหยุดกรอก เดี๋ยวน้องออมเล็ตออกมาวิ่งเล่น
สักพักเครื่องก็ลง เข้าสู่สนามบินอินชอน
ฟ้ายังไม่สว่างเลย ไปถึงก็ตีห้าครึ่ง
มีเพื่อนๆ KE จอดอยู่หลายลำเชียว

ลงมาก็แวะกรอกเอกสารต่อแบบมึนๆ ก่อนไป ตม.
มาเจอพี่ปูรุ่นพี่ที่บังเอิญเจอตอนขึ้นเครื่องอีกครั้ง

แล้วก็ไปต่อแถวเพื่อตรวจหนังสือเดินทาง
แอบคิดคำตอบของคำถามที่น่าจะโดนถาม
ส่งพี่ปูเป็นหน่วยกล้าตายไปก่อน 55+
อย่างน้อยพี่เค้ามาพรีเซ็นต์งาน ก็มีภาษีดีกว่า
ไอ้เรามาทำไรก็ยังไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน

พี่ปูโดนถามอยู่นานเชียว แล้วก็มีเจ๊แถวข้างๆ
โดนกักตัวเข้าห้องสอบสวน รู้สึกว่าจะมากับทัวร์
เริ่มรู้สึกว่า ตม.โหดจริงสมคำร่ำลือ
ตอนนี้คำพูดมากมายเริ่มพรั่งพรู คิดเหตุผลสารพัด
มาถึงนี้แล้วอะยังไงชั้นก็จะเข้าไปให้ได้

พอถึงคิวก็เดินเข้าไปด้วยความมั่นใจ
เตรียมตอบคำถามอย่างพร้อม ไม่ถามอะไรชั้นสักคำเลย -_-"
พลิกดูพาสปอร์ทเห็นน้องยุนที่หน้าปก
แล้วก็ประทับตรา ง่ายๆ รวดเร็วยังกับคนเกาหลีกลับบ้าน
ไม่ถามสักนิดว่าพักที่ไหน มากับใคร มาทำอะไร
เดี๋ยวชั้นก็ทำตัวเป็นโรบินฮูดซะหรอก

อยู่ได้ถึง 23 Feb 2010 เชียว

ผ่าน ตม. ก็ลงมาชั้นหนึ่ง แล้วก็ไปเอากระเป๋า
รออยู่นานเชียวคิดว่าจะหายไปซะแล้ว ได้สองใบออกมาพร้อมๆ กัน
ไม่มีของสำแดงก็ยื่นใบแล้วก็เดินออกไปข้างนอก
แอบยื่นดูแผนที่นิดหน่อย เดินออกไปข้างนอกก็เป็นที่รอรถแล้ว

เก็บบรรยากาศด้านในก่อนออก สนามบินอินชอน >_<

KE652 ของเรา ลงตอน 05.33 ที่เกท B

เช้าๆ แบบนี้คนยังไม่พลุกพลาน ร้านรวงยังไม่เปิด

ดูสะอาดเรียบร้อย เดินดูได้นิดเดียวก็ต้องรีบไป
เพราะว่าพี่ปูจะต้องรีบไปเตรียมตัวพรีเซ็นต์งาน

ตามแผนเราจะออกไปด้วยลีมูซีนบัส พี่ปูก็มาด้วยแผนเดียวกัน
ก็เลยออกไปรอขึ้นรถด้วยกัน ผ่านประตูไปเท่านั้นแหละ
ที่นี้เกาหลีจริงๆ เมืองไทยไม่มีทางได้หนาวขนาดนี้

แสงไฟตกแต่งงดงาม ประทับใจผู้มาเยือนมากๆ ค่ะ

หมุนๆ ตัวไปมาก็เจอที่ขายตั๋วรถลีมูซีนบัส

ก็ซื้อตั๋วรถสายที่จะไป ถึงคราวต้องแยกกันไปแล้วหล่ะ
ของเราสาย 6011 ลงสถานีอันกุก รอรถที่ B5
ค่ารถก็ 9000 วอน สองร้อยกว่าบาท จ่ายแบงค์หมื่นวอนใบแรกไป
บันทึกไว้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้ใช้เงินวอนจริงๆ ซะที

มัวแต่ถ่ายรูปตั๋วอยู่ พี่ปูเลยขอตัวแยกไปก่อน
ถ่ายเสร็จจะหาที่รอรถ ก็พบว่าอยู่ตรงหน้านี้เอง

สาย 6011 Seongbuk ลงสถานี Anguk

ป้าย B5 จะมีรถมาจอด 5 สาย ต้องดูดีๆ ก่อนขึ้นรถ

มีป้ายบอกเวลาที่รถออก แล้วก็ป้ายที่ผ่านชัดเจน

พอรถจอดคนขับก็จะลงมาช่วยขนกระเป๋า
แต่คันที่จอดในภาพไม่ใช่รถเราหรอก
ระหว่างรอมีรถที่มีโฆษณา Lotte duty free ผ่านด้วย
ได้เห็นหน้าน้องๆ ที่เกาหลีครั้งแรก แทบจะวิ่งตามรถ

รอได้สักพักรถเราก็มา คนขับลงมาขนกระเป๋า
แต่ว่าของเราใบเล็ก เค้าเลยบอกให้เอาขึ้นข้างบน
คนขับก็เก็บตั๋ว ช่วยเอากระเป๋าขึ้น ถามสถานีที่เราจะไป

ข้างบนจะมีส่วนให้วางของข้างๆ ประตู
มีราวเหล็กกั้นไว้เป็นสัดส่วน ข้างๆ คนขับจะมีกล่องใสๆ
ที่เห็นในภาพ เอาไว้หย่อนเงิน ถ้าต้องทอน
จะมีตู้ไว้ทอนเงินอยู่ข้างๆ ที่ไว้กระเป๋า

ใช้เวลาพอประมาณก็เข้าถึงตัวเมือง ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว
ผ่านเวิลด์คัพสเตเดียมด้วย ถ่ายไว้ซะหน่อย

บ้านเมืองที่นี้เหมือนที่เห็นตามในละคร
จะมีเนินอยู่เยอะแยะ สีสันก็ดูลงตัว
แล้วก็ดูสบายตาดี แอบครึ้มๆ เพราะฤดูนี้ละมั้ง

นั่งรถผ่านแยกนึงมีสถาปัตยกรรมบ้างอย่างกลางถนน
มารู้ทีหลังว่าเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังเคียงบก

ผ่านตรงนั้นไม่นานก็ถึงป้ายอันกุกที่ต้องลงแล้ว
คนขับก็บอกก่อนถึงแล้วก็จอดรถให้

ใกล้ๆ ป้ายมีร้าน Family mart อยู่ เลยแวะซื้อของ
แล้วก็แอบซื้อบัตร T-money เอาไว้ขึ้นรถใต้ดินและโทรศัพท์
เติมเงินไปสามหมื่นวอน จากนั้นก็เดินงงๆ ตามแผนที่หาที่พัก
แอบหลงนิดหน่อยเพราะว่าเดินเลยซอย
ลากกระเป๋าวนไปทั่ว แดดเริ่มออกแต่อากาศยังหนาวอยู่
จนเจอซอยที่คิดว่าน่าจะใช่ เลยลองเดินเข้าไปดู
และในที่สุดก็เจอจนได้ ถ้าไม่หลงซอยมันก็ตรงตามแผนที่เลย

เข้าไปก็เช็คอินผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็ลดราคาให้ด้วย
จริงๆ เราพักคืนวันที่ 1 ธันวาด้วย เป็นเดือนไฮซีซั่น
ตอนจองมาทางเมลเค้าขอเก็บราคาไอซีซั่น
แต่ว่าพอมาเช็คอินเค้าก็ลดให้ คิดราคาปกติทุกคืน
เลยได้ราคาเป็นวีคฟรีหนึ่งคืน รวมเป็น 120000 วอน
7 คืน สามพันกว่าบาท ถูกกว่าพักในกรุงเทพซะอีก

เข้าไปห้องก็เก็บของแล้วรีบออกไปข้างนอก
แอบแวปไปดูห้องครัวนิดหน่อย ข้างนอกมีที่นั่งด้วย

แต่ว่าฝนรินๆ เลยดูแฉะไปหน่อย เราก็ตากฝนออกไป
เพราะว่ามิชชั่นที่ต้องทำวันนี้คือไปดูหนัง เพราะจะออกแล้ว

ที่สำคัญคือเพิ่งมา ยังไม่รู้ว่าจะไปถูกไหม -_-"
ตามที่เปิดดูในเว็บ หนังแจเข้าแค่ไม่กี่โรงเองอะ
โรงหนังที่คิดว่าน่าจะไปถูกคือที่เมียงดง
ฉายรอบสุดท้ายตอน 11.40 ออกไปก็เกือบสี่โมงแล้วอะ

เดินทางมุ่งหน้าไปรถใต้ดิน แวะโทรหาเอ้บอกว่ามาถึงแล้ว
แล้วก็จะไปดูหนังที่เมียงดง ตอนบ่ายๆ จะโทรหาอีกที
วันนี้อาจารย์เอ้ที่มางานสัมมนายังอยู่ ให้เอาอยู่กับ อ. ไปก่อน
แล้วก็โทรหาน้องบีบอกว่ามาถึงแล้วเช่นกัน
แล้วก็จะไปดูหนังแจก่อน เพราะว่าวันนี้ฉายวันสุดท้ายแล้ว
ตามที่น้องบีแนะนำเพราะว่าเช็คแล้วว่าวันสุดท้ายจริงๆ
แต่น้องบีบอกว่ายุนจะไปญี่ปุ่นไฟล์ทบ่าย บีจะไปส่ง
เราเลยบอกว่าเดี๋ยวออกจากโรงหนังจะโทรหาอีกที

เริ่มออกไปสัมผัสรถใต้ดินครั้งแรก ไม่ได้หรูเหมือนของบ้านเรา
เพราะว่าบ้านเรามีสายเดียว เลยทำซะหรูเลย

แอบถ่ายแผงหนังสือตามสถานีมา มี High cut ด้วย
ปกน้องยุนไม่เห็นแล้ว แต่เราฝากเอ้ซื้อให้แล้วหล่ะ
ตามสถานีไม่มีเครื่องกั้นเหมือนเหมือนบ้านเราทุกสถานี
แต่ว่ากำลังสร้างให้ครบ สภาพทั่วไปสมบุกสมบัน
สมกับที่คนทั่วไปเดินทางวิธีนี้เป็นหลัก

สายๆ หน่อยแบบนี้คนไปทำงานหมดแล้ว แต่ก็พอมีคนบ้าง
นั่งจากอันกุกไปลงที่เมียงดง ราคาเท่าไรไม่ได้จำอะ
เพราะว่าใช้บัตร T-money เลยแตะๆ ไปไม่ได้ดู
ไปถึงเมียงดงก็สิบเอ็ดโมงนิดๆ ละ ฝนก็รินๆ ตลอด
เดินวนไปวนมาตามแผนที่ ที่ได้จากบนลีมูซีนบัส
เหมือนจะเจอ แต่ว่าหาไม่เจอ เลยต้องถามทาง
หนังแจฉายที่ CGV อยู่บนอาคาร Noon square

กว่าจะถึงที่ขายตั๋วก็ถึงเวลาฉายแล้วอะ
ซื้อตั๋วมาสองที่ เพราะทีแรกคิดว่าจะได้ออกมาเป็นบัตร
เพราะว่าน้องโมฝากซื้อตั๋วไว้เก็บด้วยใบนึง
แต่ปรากฏว่าถ้าซื้อที่เคาน์เตอร์ด้านล่างจะได้แต่สลิป

ก็มุ่งหน้าขึ้นไปชั้นบน น่าจะบนสุด เดินวนๆ บันไดขึ้นไป

หนังแจภาพสวย สีสวย วิวสวย แจสวย มะใช่แล้ว
ชอบเพลงที่น้องร้องตอนจบด้วยอะ เล่นเอาน้ำตาซึม
ดูจบแล้วรู้สึกว่าอยากดูอีกรอบ แต่ก็ไม่รู้จะไปดูที่ไหน

ประมาณบ่ายสองนิดๆ ก็โทรหาน้องบี ยุนไปญี่ปุ่นแล้ว
เพิ่งไปไม่นานนี้เอง แอบเสียดายนิดหน่อยที่ไม่ได้ไปส่ง

แล้วก็โทรหาเอ้ เอ้มีสอบภาษาเกาหลีวันนี้
เลยนัดกันว่าเอ้สอบเสร็จเราจะโทรหาอีกที
ก็เลยถือโอกาสซื้อของที่เมียงดงซะเลย
เดินลัดเลาะตลาดใต้ดิน จนไปถึงห้างล๊อตเต้
เค้าครอบรอบ 30 ปีแล้ว ข้างๆ มีซุ้มนิดหน่อย

เดินวนกลับมาที่เมียงดง ฝนยังคงตกอยู่

ซื้อเครื่องสำอางทุกยี่ห้อที่มีคนฝาก ได้มาเกือบครบ
ที่เมียงเนี่ยแต่ละแบรนด์มีหลายร้านมากเลย
แล้วแต่ว่าอยากเข้าอันไหน นักช้อปเยอะที่เดียวเลย
เจอคนไทยเยอะอยู่เหมือนกันอะ

วนไปมาจนเจอน้องยุน

ถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่ง 55+

เดินวนในร้านไปรอบนึง ได้เห็นของหลายอย่าง
ผ้าพันคอตัวเป็นๆ เนี่ยสวยน่าสอยดีเหมือนกัน

เก็บให้ครบทุกมุม

เดินวนจนเมื่อย ก็โทรหาเอ้ นัดเจอที่ทางออกใต้ดิน
หิวๆ มากๆ ขนาดตอนเดินรอแอบซื้อนมกินแล้วนะ

เดินหาร้านที่จะกิน เอ้จำไม่ได้ว่าเคยกินร้านไหน
ก็มีให้เลือกเยอะแยะ สุดท้ายก็มาจบที่ร้านเนื้อย่าง
ที่ตัดสินใจเดินเข้ามาเพราะว่ามีรูปน้องที่หน้าร้าน 55+

ถ้ามาสองคนต้องสั่งสองชุด ที่เหมือนกันด้วยนะ
แอบรู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน แต่ก็ไม่เป็นไร
ให้สั่งเราก็กินอะ มื้อแรกที่เกากับน้องๆ

น่าจะเป็นรูปเจ้าของร้านนะ ถ่ายไปทั่วเลยอะ
ถ่ายกับใครก็จะเอามาแปะที่ร้านเต็มไปหมด
ทั้งที่ถ่ายที่ร้านและนอกสถานที่

ตั้งแต่สมัยน้องยังละอ่อนเลยอะ

หมูย่างเกาหลีของแท้

อิ่มอร่อยแล้วก็ออกมาเดินต่อ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยน
ยามค่ำก็จะมีร้านรถเข็นออกมาตั้ง มีอะไรขายเยอะแยะ
แสงสีสดใส ผู้คนพลุกพลานเชียว

เดินอีกสักพักก็กลับด้วยรถใต้ดิน ก่อนกลับเจอร้านขายซีดี
ร้านนี้นี่เองที่เค้าซื้อของกัน เลยแวะไปสอยของเยอะเชียว
ซื้ออย่างบ้าคลั่งอีกเช่นกัน แล้วเอ้ก็ไปส่งที่ๆ พัก
แอบเข้าไปดูห้องและที่พักด้วย อยู่แปบก็กลับ

ห้องที่เราพักเป็น Dorm room มีเตียงสองชั้น 3 เตียง
พักอยู่ได้ 6 คน แต่ว่าสรุปว่าคืนแรกมีเรานอนคนเดียว

อันนี้ของที่ช้อปมาวันแรก เครื่องสำอางและกิ๊ฟช้อป

พวกซีดี โฟโต้บุค ทั้งที่ซื้อเองแล้วก็มีคนฝาก

มีถุงของร้าน Spao ด้วย เห็นร้านที่เมียงเลยเดินเข้าไปดู
สาวๆ เกิลเจนกับเอสเจเป็นพรีเซ็นเตอร์
ไปได้เสื้อมา 3 ตัว รองเท้าหนึ่ง แค่แวะเข้าไปนะเนี่ย
ถุงใบใหญ่มาก ยังทิ้งไว้ที่เกากับโปสเตอร์มากมาย
ที่ยังไม่สามารถเอากลับมาได้

จบไปกับวันแรกเต็มๆ ที่เกาหลี เหนื่อยสนิทเลย
อากาศที่ไปเจอก็หนาวหน่อย กลางคืนแอบติดลบ
แต่เราก็อยู่ได้นะ ไม่ได้เป็นคนหนาวง่ายอยู่แล้ว ไขมันเยอะ

 


26 Nov 2009 - Thu

วันที่สองโดนตามงาน ต้องทำงานส่ง เลยอยู่ที่พักตลอด
ช่วงกลางวันก็กินของที่ซื้อตอนเดินกลับที่พักเมื่อคืน
ออกมาอีกทีก็ค่ำเลย ออกมาหาอะไรกิน
เลยเดินเล่นไปทั่ว เก็บภาพ อันนี้ทางลงรถไฟใต้ดิน

ตู้โทรศัพท์ มีทั้งแบบใช้เหรียญและใชับัตร

เดินเรื่อยจนมาเจอร้าน GS25 เป็นมินิมาร์ท
ตอนหลังเพิ่งรู้ว่าตรงนี้คือตลาดอินซาดง
ขายพวกของฝาก งานศิลป์ไรพวกนี้อะ

มีร้าน Olive young ด้วยคล้ายๆ watson

ลองไปเดินหาเครื่องสำอางที่ยังได้ไม่ครบ
อันนี้ใกล้ๆ กับป้ายที่ลงรถจากสนามบิน

เดินเลยข้ามไปอีกแยก ลองไปเข้าที่พักจากอีกทาง
ไปเจอวังชางด๊อก ที่ปากทางเข้าอีกที ใกล้ขนาดนี้เลยเหรอ

ไปวิ่งเล่นถ่ายรูปอยู่คนเดียว หุหุ

จากหน้าวังเดินข้ามไปเป็นปั้ม

ข้างๆ ปั้มเป็นซอยทางเข้าที่พักอีกทาง
รู้สึกว่าทางนี้จะดีกว่านะ เดินง่ายมีไรให้ดูเยอะ
เดินเข้าซอยไปจนเจออุรีมาร์ทข้างหลังนั้นก็ที่พักละ

ยังไม่ได้บอกช่ายมะว่าพักที่ Banana แบคแพคเกอร์
บ้านกล้วยของเรา

มีกล้วยห้อยที่ต้นไม้หน้าบ้านด้วย

คืนที่สองก็ยังคงไม่มีรูมเมทอยู่ดี เก็บภาพในห้องหน่อย

ตรงประตูนั้นเป็นห้องน้ำ มีไดร์เป่าผม ปลั๊กต่อให้พร้อม
เราจับจองเตียงล่าง รกน่าดูเลย

มีล๊อคเกอร์ขนาดใหญ่ให้เก็บของ มีที่ให้คล้องกุญแจด้วย

โดยรวมก็โอเคนะ แต่ว่าถ้าใครรักสะอาด
แนะนำให้เอาปลอกหมอนมาเอง ใช้แล้วไว้ที่นี้ตอนกลับเลยก็ได้

อันนี้อาหารค่ำ

มีบะหมี่ นมกล้วย ขนม ข้าวปั้น โยเกิร์ต น้ำ BeautyN
ตอนเย็นก็เลือกกินข้าวปั้น กับนมกล้วย

แนะนำเลยนะ อร่อยมากอะ

ก่อนจากสำหรับวันที่สองเลยถ่ายรูปเงินวอนไว้ ใช้ง่ายไม่หลง

อันนี้บัตร T-money ใช้สะดวกเหมือนกัน

บัตรนี้เก็บกลับมาด้วย จริงๆ คืนแล้วได้มัดจำด้วย
แต่ว่าเดี๋ยวก็ได้ไปอีก เลยเอาเก็บไว้ซะเลย

 

หมดวันที่สอง วันนี้เอาขึ้นสองวันรวด
เพราะวันที่สองไม่ค่อยมีอะไร แล้วจะมาอัพต่อ
ครั้งหน้าเป็นวันที่ได้เจอน้องยุนด้วยแหละ

ขอเรียบเรียงอย่างสวยงามแล้วจะมาเล่านะ
ว่าแล้วก็คิดถึงน้องจัง ไม่ได้เจอกันมาจะสองเดือนแล้วเหรอ

ปีนี้ยังไม่ได้เจอกันเลย คิดถึงจัง >_<

 

ปีนี้สำหรับเรา ยังคงมีอะไรค้างอยู่อย่างที่บอก
กำลังพยายามเคลียร์ให้เสร็จก่อนวันเกิดน้องยุน


เริ่มต้นปีนี้ วันที่ 1 ด้วยการไปเที่ยวต่างประเทศเลย
ถึงจะเป็นแค่เวียงจันทร์ที่ไปมารอบนี้รอบที่สองแล้ว
ก็ยังคงถือว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี

น้องเราพาพ่อทำท่าอะไรเนี่ย

ไปเที่ยวออกอารมณ์ชิวๆ ขับรถไปไกล ออกช้ากลับเลย
แบบแนวไปพอได้เที่ยว เดินดิวตี้ฟรีได้กระเป๋านิดหน่อย
ได้เข้าไปไหว้พระสองสามวัด

อันนี้ถ่ายตอนรอพ่อไปเดินหอพระแก้ว
เค้าปิดแล้วหล่ะ แต่พ่อยังเข้าไปเพราะคนยังออกไม่หมด
น้องเราไม่กล้าตามไป เลยนั่งเล่นรอถ่ายรูปเล่นกัน

อันนี้เราถ่ายที่พระธาตุหลวง

อวบได้อีก

 

วันที่ 8 เอ้ไปเมกา ก่อนไปส่งของมาให้เราก่อน
ส่ง DVD มิโรกับ Star collection card
และเครื่องสำอางนิดหน่อยมาด้วย

ตั้งแต่ปีใหม่มาเลยแอบยุ่งกับเจ้าการ์ดเนี่ยแหละ
การ์ดมีทั้งหมด 100 แบบ น้อง 5 คนๆ ละ 20 แบบ
แต่ละเบอร์ก็จะมีทั้งแบบธรรมดากับแบบพิเศษ
ที่ได้มาจะถูกสุ่มมา ได้แบบพิเศษกับเค้ามาบ้าง

มีแบบที่เป็น Touch Card สัมผัสแล้วจะมีคำขึ้นมา

แล้วก็แบบการ์ดขูด ดูรายละเอียดเกี่ยวกับน้องๆ ได้

การ์ดแบบโฮโรแกรมทางขวา ทางซ้ายแบบธรรมดา
มันก็จะเหลื่อมๆ ดูมีมิติขึ้น

นอกนั้นก็แบบมีตัวหนังสือแบบวิบวิบ จะเห็นไหมเนี่ย
อันบนจะเป็นแบบอักษรวิบวับ

ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กเก็บการ์ดตามถุงขนมเลย
แล้วก็เกิดกิจกรรมใหม่ให้ทำคือการแลกการ์ด
พยายามเก็บให้ครบทุกแบบ ตอนนี้ได้คนละ 15-16 แบบ
แต่คาดว่าคงเก็บไม่ครบ 20 แบบหรอกอะ
ถ้าไปเกาอีกยังมีขายว่าจะซื้อมาแกะอีก หุหุ


อีกเรื่องดีๆ ต้นปีนี้ คือ ปฏิทินที่น้องบีทำ

มีปฏิทินอันใหญ่เป็นรายวีค อันเล็กรายเดือน
ปฏิทินสำหรับขวบปีที่ 25 ของน้องยุน
อัดแน่ด้วยภาพประทับใจที่น้องบีถ่ายเองทั้งหมด

ดีใจที่สุดที่น้องบีทำ แต่ละภาพมีความหมายมาก
ทุกสัปดาห์ของเราจะผ่านไปแบบมีความหมายขึ้น

แบบรายเดือนก็น่ารัก

ตอนนี้ก็เอาวางไว้บนทีวี เห็นแล้วสดชื่น

ตั้งตารอพลิกหน้าใหม่ทุกอาทิตย์แน่เลยอะ
จะเขียนอะไรดีๆ ที่เกิดขึ้นในอาทิตย์
รวมถึงตารางงานต่างๆ ที่ทำไว้บนปฏิทินด้วย

สู้ๆ ไปด้วยกันตลอดปีนะ


ปล. ตอนนี้ติดเพลง Just once ของ James Ingram
น้องยุนพาฟังอะ ชอบจังเนื้อหาแอบมีนัย
ตอนฟังน้องยุนจะรู้สึกยังไงนะ

น้องยุนบริจาคเงินช่วยผู้ประสบภัยเฮติห้าล้านวอน
ใจบุญจริงๆ น้องพี่ ช่วยคนเค้าไปทั่วเลย
พี่ก็ใจบุญตามมีอะ บริจาคไปสองร้อยเอง
ถ้าพี่มีกำลังเหมือนน้องจะใจบุญเหมือนน้องนะ
รักน้องยุนจริงๆ >_<

 

 

i0ok
23 ม.ค. 2010 เวลา 17:10 น.


อืม แอบไปเที่ยว สุดๆ
เกิดมามีบุญ

เดือนหน้าทำตัวให้ว่างนะ จะเชิญมาเป็นเกียรติในงาน
ชาวบ้าน
25 ม.ค. 2553 เวลา 09:03 น.
น่าไปมากเลยค่ะ
จะมีโอกาสได้ไปอยุ่แล้วเชียว แต่ติดเรียน

แอบกลัว ตม. เกาหลีด้วย

ฮาๆ เลยยังไม่ได้ไป

ชอบอ่านไดเรื่องเล่าจากเกาหลีค่ะ ^^
003482
26 ม.ค. 2553 เวลา 23:12 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic